คลายสงสัย! น้ำมันหอมระเหยคือน้ำหอมใช่หรือไม่?

น้ำมันหอมระเหยคืออะไร

แม้จะเป็นเครื่องหอมที่มอบความผ่อนคลายได้เหมือนกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ‘น้ำมันหอมระเหย’ นั้นมีความแตกต่างจาก ‘น้ำหอม’ โดยสิ้นเชิง ทั้งในเรื่องของกลิ่น การผลิต อายุการใช้งาน ไปจนถึงคุณประโยชน์ที่จะได้รับ แล้วน้ำมันหอมระเหยแท้กับน้ำหอมในท้องตลาดทั่วไปแตกต่างกันอย่างไร น้ำมันหอมระเหยคือสารสกัดจากธรรมชาติที่มีประโยชน์มากกว่าน้ำหอมจริงไหม บทความนี้มีคำตอบ

น้ำมันหอมระเหยคืออะไร?

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า น้ำหอมจากแบรนด์ต่าง ๆ ที่วางขายในท้องตลาดนั้นเป็นน้ำมันหอมระเหยประเภทหนึ่ง แต่ในความเป็นจริงแล้ว น้ำมันหอมระเหย หรือ Essential Oil นั้นจะเป็นน้ำมันที่พืชและดอกไม้สร้างขึ้นตามส่วนต่าง ๆ เพื่อป้องกันตัวเองจากอันตรายรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นเชื้อโรค ศัตรูพืช มลภาวะ รวมถึงสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติในช่วงฤดูต่าง ๆ

ด้วยเหตุนี้ น้ำมันหอมระเหยจึงมีสรรพคุณที่ช่วยกำจัดเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย ทั้งยังช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ น้ำมันหอมระเหยยังมีองค์ประกอบที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ทำให้เมื่อใช้งานในปริมาณที่เหมาะสมและต่อเนื่องจะทำให้สุขภาพของผู้ใช้มีความสมดุลมากยิ่งขึ้น

น้ำมันหอมระเหยคือน้ำหอม จริงไหม?

ใครหลายคนมักเข้าใจว่า น้ำมันหอมระเหยคือน้ำหอมรูปแบบหนึ่ง เนื่องจากน้ำมันหอมระเหยมีกลิ่นหอมที่โดดเด่นเป็นอย่างมาก แต่ในความเป็นจริงแล้ว กลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยนั้นเป็นกลิ่นหอมตามธรรมชาติของพืชและดอกไม้ที่นำมาสกัด โดยกลิ่นหอมเฉพาะตัวเหล่านี้ถือเป็นตัวกลางที่ช่วยดึงดูดให้แมลงมาผสมพันธุ์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกระบวนการที่ทำให้พืชและดอกไม้รอดชีวิตต่อไปได้นั่นเอง

น้ำมันหอมระเหยมีวันหมดอายุหรือไม่?

น้ำมันหอมระเหยมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 2 – 3 ปี ขึ้นอยู่กับการเก็บรักษา ประเภทของพืช ไปจนถึงกระบวนการที่ใช้ในการสกัด

สำหรับใครที่ต้องการเก็บรักษาน้ำมันหอมระเหยไว้ให้ได้นานที่สุด แต่ยังมีคุณสมบัติในการดูแลสุขภาพอย่างครบถ้วน ขอแนะนำให้เก็บรักษาน้ำมันหอมระเหยในขวดแก้วสีเข้ม หรือขวดแก้วสีชาเพื่อป้องกันการสัมผัสกับแดด นอกจากนี้ ยังควรเก็บรักษาน้ำมันหอมระเหยเอาไว้ให้ห่างจากความร้อน เพื่อป้องกันการระเหยเร็วกว่าที่ควรจะเป็น

อย่างไรก็ดี หากเก็บน้ำมันหอมระเหยอย่างถูกต้อง แต่ภายในขวดเริ่มมีตะกอนนอนก้น แปลว่าน้ำมันหอมระเหยดังกล่าวหมดอายุการใช้งาน หรือเสื่อมสภาพแล้ว ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้งาน เนื่องจากอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้

น้ำมันหอมระเหยแท้กับน้ำหอมทั่วไปแตกต่างกันอย่างไร

น้ำหอมคืออะไร?

เมื่อเข้าใจว่าน้ำมันหอมระเหยคืออะไร มีอายุการใช้งานและการเก็บรักษาอย่างไรบ้างแล้ว ในส่วนนี้ลองมาทำความเข้าใจกันต่อเลยว่า น้ำหอมคืออะไร แล้วน้ำมันหอมระเหยแท้กับน้ำหอมในท้องตลาดทั่วไปแตกต่างกันอย่างไร

น้ำหอม (Perfume) เป็นสารละลายประเภทหนึ่งที่เกิดจากการนำสารประกอบที่ให้ความหอมมาผสมกับตัวกระจายกลิ่นที่แตกต่างกันไปตามสูตรของผู้ผลิต ซึ่งอาจเป็นน้ำ แอลกอฮอล์ หรือ น้ำมันก็ได้เช่นกัน

สารประกอบที่ให้ความหอมในน้ำหอมนี้สามารถเป็นได้ทั้งน้ำมันหอมระเหย ตลอดจนกลิ่นสังเคราะห์ที่เกิดจากการผสมสารเคมีต่าง ๆ จนให้ความหอมที่เป็นเอกลักษณ์และตรงกับกลิ่นความหอมตามธรรมชาติของพืช ดอกไม้ และสิ่งของที่พบได้ในชีวิตประจำวัน

ไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างความผ่อนคลายเท่านั้น แต่น้ำหอมยังเป็นเครื่องหอมที่ช่วยเสริมเอกลักษณ์และบุคลิกให้กับผู้ใช้งาน แต่จะไม่มีคุณสมบัติที่ช่วยในการปรับสมดุลสุขภาพและร่างกายได้เหมือนกับน้ำมันหอมระเหย

ประเภทของน้ำหอม

หลายคนมักเข้าใจว่า น้ำมันหอมระเหยคือน้ำหอมแบบ EDC หรือ Eau de Cologne เนื่องจากเป็นกลิ่นหอมที่อยู่ได้ไม่นาน แต่ในความเป็นจริงแล้ว EDC หรือ Eau de Cologne เป็นหนึ่งในประเภทของน้ำหอม โดยในปัจจุบันนี้ น้ำหอมจะมีด้วยกัน 3 ประเภทหลัก คือ

  • Eau de Cologne (EDC) กลิ่นติดทน 1 – 2 ชั่วโมง มีส่วนผสมของสารประกอบที่ให้กลิ่นหอม 2% – 5%
  • Eau de Toilette (EDT) กลิ่นติดทน 2 – 3 ชั่วโมง มีส่วนผสมของสารประกอบที่ให้กลิ่นหอม 10%
  • Eau de Parfum (EDP) กลิ่นติดทน 4 – 5 ชั่วโมง มีส่วนผสมของสารประกอบที่ให้กลิ่นหอม 15% – 18% จึงทำให้มีราคาค่อนข้างสูง

อายุการใช้งานน้ำหอม

ส่วนใหญ่แล้ว น้ำหอมจะมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 3 – 5 ปี นับตั้งแต่วันที่เปิดขวดออกมาใช้ โดยหากน้ำหอมเริ่มมีสีที่ผิดปกติ ตลอดจนมีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น แปลว่าน้ำหอมขวดดังกล่าวมีโอกาสที่จะเสื่อมสภาพแล้ว

สำหรับที่ต้องการเก็บน้ำหอมเอาไว้ใช้ได้นาน ๆ ขอแนะนำให้ปิดฝาน้ำหอมทันทีเมื่อใช้เสร็จ หลังจากนั้นนำน้ำหอมไปเก็บไว้ในห้องที่เย็น มืด และห่างจากแสงแดดให้มากที่สุด นอกจากนี้ ยังควรเก็บน้ำหอมให้ห่างจากพื้นที่เปิดโล่ง ตลอดจนไม่ควรนำไปไว้ในห้องน้ำ เนื่องจากน้ำหอมบางชนิดสามารถดูดกลิ่นได้

สรุป! น้ำมันหอมระเหย VS. น้ำหอม ต่างกันที่ตรงไหน?

เมื่ออ่านมาถึงจุดนี้ ใครหลายคนคงพอเข้าใจแล้วว่า น้ำมันหอมระเหยนั้นมีความแตกต่างจากน้ำหอมตั้งแต่ในเรื่องของกระบวนการผลิต ส่วนผสม ไปจนถึงคุณสมบัติที่ส่งผลต่อร่างกายและสุขภาพ

โดยน้ำหอมเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องหอมที่ใช้งานทั่วไป ในขณะที่น้ำมันหอมระเหย คือ สารสกัดจากธรรมชาติที่สามารถใช้ดูแลสุขภาพได้อย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการฆ่าเชื้อโรค ไปจนถึงการปรับสมดุลการนอนหลับและอารมณ์ในแต่ละช่วงเวลา

เคล็ด(ไม่)ลับ เลือกซื้อน้ำมันหอมระเหยได้ตอบโจทย์

เพื่อรับคุณประโยชน์จากน้ำมันหอมระเหยได้อย่างเต็มที่ ควรเลือกใช้น้ำมันหอมระเหยแท้ที่บรรจุอยู่ในขวดแก้วทึบ หรือขวดแก้วสีชา อีกทั้งยังมีเอกสารรับรองคุณภาพอย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการรับรอง Certificate of Analysis (COA) และ Material Safety Data Sheet (MSDS) โดยสามารถศึกษารายละเอียดการเลือกน้ำมันหอมระเหยแท้เพิ่มเติมได้ในบทความนี้

นอกจากจะต้องเลือกใช้น้ำมันหอมระเหยแท้แล้ว ทุกคนยังควรเท่าทันต่อข้อมูลเฉพาะของน้ำมันหอมระเหยด้วย เช่น โดยส่วนใหญ่แล้ว น้ำมันหอมระเหยจากดอกไม้มักจะมีราคาสูงกว่าพืชทั่วไป เนื่องจากสารสำคัญในดอกไม้มักโดนความร้อนทำลายได้ง่าย ทำให้ต้องเลือกใช้วิธีการสกัดพิเศษที่ต้องใช้ทั้งอุปกรณ์และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

ไม่เพียงเท่านั้น แม้จะเป็นสารสกัดจากพืชธรรมชาติ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพืชทุกชนิดจะสามารถสกัดออกมาเป็นน้ำมันหอมระเหยได้ ซึ่งในปัจจุบันนี้ ดอกแก้ว ดอกปีบ ราตรี และดอกโมกนั้นยังไม่สามารถสกัดน้ำมันหอมระเหยออกมาได้ ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน อย่าลืมศึกษารายละเอียดในส่วนนี้ให้ดี

เพียงเท่านี้ก็หมดข้อสงสัยเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า น้ำมันหอมระเหยคืออะไร และน้ำมันหอมระเหยแท้กับน้ำหอมในท้องตลาดทั่วไปแตกต่างกันอย่างไร มีอายุการใช้งานและวิธีการเก็บรักษาให้เหมาะสมอย่างไรแล้ว

สำหรับใครที่ต้องการปรับสมดุลสุขภาพและอารมณ์ในแต่ละช่วงเวลาของวัน แต่ยังไม่มั่นใจว่าควรจะเลือกใช้น้ำมันหอมระเหยแบบใดให้เหมาะสม Sabai arom มาพร้อมกับผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำแนะนำการเลือกน้ำมันหอมระเหยที่ตอบโจทย์ ตลอดจนช่วยแนะนำการใช้งานที่ถูกต้องเพื่อการดูแลสุขภาพได้จริง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Sabai arom หรือโทร 097-264-2401

บทความที่เกี่ยวข้อง

จะเจือจางน้ำมันหอมระเหยสำหรับทาผิวได้อย่างไร?

  จะเจือจางน้ำมันหอมระเหยสำหรับทาผิวได้อย่างไร? การเจือจางสำหรับใช้เฉพาะที่   น้ำมันหอมระเหยเป็นพืชที่มีความเข้มข้นสูงและมีศักยภาพเกินกว่าจะใช้กับผิวหนังได้โดยตรง เมื่อใช้น้ำมันหอมระเหยเฉพาะที่ ควรเจือจางด้วยน้ำมันตัวพา เช่น น้ำมันสวีทอัลมอนด์ น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันมะพร้าว การเจือจางเป็นมาตรการที่รับรองความปลอดภัยเพราะจะป้องกันปฏิกิริยาทางผิวหนังหรือการระคายเคือง

ทำไมราคาน้ำมันหอมระเหยจึงค่อนข้างสูง

  ทำไมราคาน้ำมันหอมระเหยจึงค่อนข้างสูง ราคาของน้ำมันหอมระเหย100%ของSingle Essential Oil แต่ละชนิดค่อนข้างแตกต่างกันมาก พืชบางชนิดที่สามารถผลิตเป็นน้ำมันหอมระเหยได้ทีละจำนวนมากก็อาจมีราคาต่ำ ในขณะที่พืชบางชนิดสามารถนำมาผลิตได้ทีละจำนวนน้อยๆก็จะมีราคาสูงขึ้นไปตามลำดับ (หมายเหตุ : น้ำมันหอมระเหยที่บริสุทธ์100% ล้วนแล้วแต่มีสรรพคุณเชิงบำบัดและเป็นมิตรต่อร่างกายทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นพืชที่ราคาถูกหรือแพง เพราะพืชทุกชนิดจะทรงคุณค่าของเขาอย่างซื่อสัตย์เสมอ) ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ น้ำมันหอมระเหยกุหลาบ ซึ่งเป็นน้ำมันหอมระเหยที่ราคาสูงที่สุดในโลก เนื่องจากมีความซับซ้อนในกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นจนจบ กล่าวคือ การเก็บกุหลาบสดด้วยมือจะต้องเริ่มในเช้าตรู่ของช่วงเดือนพษภาคม-มิถุนายนของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่น้ำมันในกลีบดอกกุหลาบมีปริมาณสูงสุด และต้องใช้กลีบกุหลาบมากถึงประมาณ 242,000 กลีบ...

Essential Oil มีวันหมดอายุหรือไม่ ?

อะไรทำให้น้ำมันหอมระเหยเสีย? หลายคนคงเคยสงสัยว่า Essential Oil มีวันหมดอายุหรือไม่ เพราะเป็นการกลั่นจนได้สารบริสุทธิ์จากพืช จึงน่าจะใช้ได้ตลอดไป คุณภาพน่าจะคงเดิมตลอด แต่ในความเป็นจริง Essential Oil จากพืชแต่ละชนิดมีวันหมดอายุและคุณภาพที่แตกต่างกัน ซึ่งจะเร็วหรือช้าก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่ต่างกันไป เช่น ชนิดของพืช คุณภาพของวัตถุดิบ วิธีการกลั่น และการเก็บรักษา แต่โดยหลักๆแล้วมีสาเหตุจากการทำปฏิริยากับออกซิเจนและความร้อนและแสง หากเราเก็บรักษา Essential Oil ให้พ้นจาก 3...

วิธีตรวจสอบว่าเป็นน้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์ 100% หรือไม่

  วิธีตรวจสอบว่าเป็นน้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์ 100% หรือไม่ ข้อควรสังเกตเบื้องต้นในการพิจารณาน้ำมันหอมระเหยที่สกัดจากธรรมชาติ 100% คือ บนฉลากของน้ำมันหอมระเหย100% มักจะระบุว่า 100% Natural Essential Oil   บนฉลากของน้ำมันหอมระเหย100% มักจะระบุชื่อวิทยาศาสตร์ของพืช ( Botanical Name )   น้ำมันหอมระเหย100% มักจะถูกบรรจุในขวดแก้วทึบแสง เพื่อเป็นการเก็บรักษาคุณภาพ...

น้ำมันหอมระเหยกับเด็ก

  น้ำมันหอมระเหยกับเด็ก น้ำมันหอมระเหยมักถูกใช้ในการดูแลสุขภาพในรูปแบบของการนวด การบำบัดด้วยกลิ่นหอม (หรือกลิ่นบำบัด) เมื่อพูดถึงการใช้น้ำมันหอมระเหยกับเด็ก จะต้องใช้ความระมัดระวังและได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องเพื่อให้ปลอดภัยสำหรับเด็ก สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนใช้น้ำมันระเหยกับเด็กมีดังต่อไปนี้ อายุเด็ก: เด็กในช่วงอายุแรกเริ่มและเด็กที่มีอายุน้อยควรใช้น้ำมันหอมระเหยอย่างระมัดระวัง เนื่องจากผิวหนังและระบบเส้นประสาทของพวกเขายังเติบโตอยู่ น้ำมันบางชนิดอาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนังหรือปัญหาทางเดินหายใจได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้น้ำมันกับเด็ก น้ำมันที่เหมาะสมสำหรับเด็ก: บางน้ำมันหอมระเหยถือว่าปลอดภัยสำหรับเด็ก ตัวอย่างเช่น น้ำมันลาเวนเดอร์ เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม ควรใช้น้ำมันในความเข้มข้นที่ต่ำและให้ละลายในอัตราส่วนที่เหมาะสมก่อนใช้ น้ำมันอื่นๆ อาจใช้ได้กับเด็กที่มีอายุมากขึ้น แต่ยังคงต้องใช้ในอัตราส่วนที่ถูกต้องและได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ การใช้น้ำมันหอมระเหยในปัจจัยเสี่ยงและการตอบสนองของเด็ก:...

น้ำมันหอมระเหยกับผู้สูงอายุ

  น้ำมันหอมระเหยกับผู้สูงอายุ เมื่อผู้ใหญ่ที่เรารักเข้าสู่ช่วงวัยชรา ร่างกายและจิตใจอาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสรีระและภาวะจิต โดยอาจมีปัจจัยมาจากโรคประจำตัว สภาพอากาศ ความเครียด และสภาวะการณ์รอบข้าง ปัญหาหลักๆที่ผู้สูงอายุมักพบเจอตามช่วงวัย ประกอบด้วย อาการนอนไม่หลับ ความเครียดวิตกกังวล ความอ่อนเพลีย และการสูญเสียความอยากอาหาร ซึ่งน้ำมันหอมระเหยสามารถช่วยให้ผู้สูงอายุรู้สึกผ่อนคลายขึ้นได้ทางสรีระและจิตภาวะ แต่อย่างไรก็ตาม น้ำมันหอมระเหยมีความเข้มข้น จึงควรใช้อย่างระมัดระวังกับผิวหนังของผู้สูงอายุ เพราะผิวหนังของคนกลุ่มนี้มีความอ่อนไหวต่อน้ำมันหอมระเหยไม่ต่างจากผิวเด็ก ดังนั้นจึงควรเจือจาง (dilute) น้ำมันหอมระเหยก่อนทาบนผิวทุกครั้ง ทั้งนี้เมื่อเจือจางแล้วเราแนะนำให้มาบนเท้าของผู้สูงอายุเพื่อทดสอบก่อนเสมอ ทั้งนี้เราได้จำแนกปัญหาที่ผู้สูงอายุอาจประสบและระบุน้ำมันหอมระเหยที่เหมาะสมตามกลุ่มอาการนั้นๆ...

น้ำมันหอมระเหยกับสตรีมีครรภ์

  น้ำมันหอมระเหยกับสตรีมีครรภ์ สมาคมแห่งชาติเพื่อการบำบัดด้วยกลิ่นหอมแบบองค์รวม สหรัฐอเมริกา ระบุว่าน้ำมันหอมระเหยปลอดภัยต่อสตรีมีครรภ์ โดยเฉพาะผู้หญิงที่ต้องเผชิญกับภาวะแพ้ท้องและอารมณ์แปรปรวนขณะตั้งครรภ์ น้ำมันหอมระเหยจะช่วยปรับสมดุลอารมณ์ได้เป็นอย่างดี เช่น น้ำมันหอมระเหย Lavender, น้ำมันหอมระเหย Chamomile, น้ำมันหอมระเหย Ylang Ylang อย่างไรก็ตาม หากใช้น้ำมันหอมระเหยเกินขนาด ก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ ทุกอย่างจึงควรอยู่ในความพอดีตามขนาดบ่งใช้ หากคุณกำลังตั้งครรภ์ อยู่ในช่วงให้นมบุตร หรือมีความกังวลเกี่ยวกับประเด็นภาวะตั้งครรภ์และการใช้น้ำมันหอมระเหย เราแนะนำให้ปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ที่มีประสบการณ์ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการใช้น้ำมันหอมระเหยในสตรมีครรภ์เพื่อความปลอดภัยสูงสุด แม้ว่าจะไม่เคยมีรายงานผลเสียจากการใช้น้ำมันหอมระเหยช่วงตั้งครรภ์อย่างเป็นทางการออกมาพิสูจน์...

เราใช้น้ำมันหอมระเหยอย่างไร?

  เราใช้น้ำมันหอมระเหยอย่างไร? มีหลายวิธีในการใช้น้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์ในแต่ละวัน ดังนี้ การใช้เพื่อสูดดม: วิธีที่ง่ายที่สุดในการได้รับประโยชน์จากน้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์คือการดมกลิ่นโดยตรงจากขวดหรือทำการหยดสองสามหยดลงบนกระดาษทิชชู่แล้วทำการสูดดม วิธีนี้ช่วยสร้างความผ่อนคลาย ปรับสถานะอารมณ์ หรือช่วยให้ระบบหายใจดีขึ้น การกระจายในอากาศ: การใช้น้ำมันหอมระเหยกับอุปกรณ์กระจายกลิ่นหรือเครื่องกระจายกลิ่นหอมทีไลท์ เป็นวิธีที่สะดวกและยอดนิยมมากในการกระจายกลิ่นหอมที่บ้านหรือที่ทำงาน ในการใช้งานแต่ละครั้งควรอ่านคำแนะนำและข้อมูลเกี่ยวกับน้ำมันหอมระเหยนั้นๆ เลือกน้ำมันหอมระเหยที่คุณต้องการใช้งาน และเตรียมปริมาณของน้ำมันหอมระเหยที่เพียงพอสำหรับการใช้งาน เมื่อทำตามขั้นตอนต่างๆ เสร็จแล้ว ก็ได้เวลาสำหรับการผ่อนคลายไปกับกลิ่นน้ำมันหอมระเหยกลิ่นโปรดของคุณ การใช้ในรูปแบบของสเปรย์: การใช้น้ำมันหอมระเหยในรูปแบบสเปรย์โดยผสมกับแอลกอฮอล์เป็นวิธีหนึ่งที่กระจายความหอมและสามารถเพลิดเพลินไปกับกลิ่นได้อย่างสะดวกสบาย  คุณสามารถเลือกน้ำมันหอมระเหยที่คุณต้องการใช้งานในสเปรย์ของคุณ โดยคำนึงถึงกลิ่นที่คุณชื่นชอบและวัตถุประสงค์ของสเปรย์ โดยเริ่มต้นด้วยการใช้น้ำมันหอมระเหย 20-30...